Minky's profilell~AphroditE~ll je t'aim...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
12/5/2007 วันพ่อ...อยากให้พ่อมีความสุขนะค๊ะวันนี้ตั้งใจจะตื่นตั้งแต่ 8 โมง แต่ก็อ่านะ นอนหลับกลิ้งไปกลิ้งมาต่อจน 10 โมง
เหอะๆๆ ลุกขึ้นมาเกาหัว ให้มันได้งี้สิ ตั้งไว้กี่โมงไม่เคยตื่นได้ซะที
วันนี้น้องกิ๊กไปกินโอโคโนมิยากิกับเพื่อนเลยไปอาบน้ำก่อน ส่วนเรา ก็นอนกลิ้งบนเตียงต่อ (ดูมัน! ยังอุตส่าห์ลงไปนอนต่อได้อีก --') พอไปส่งกิ๊กที่ป้ายรถเมล์เสร็จ ก็บรรจงเอาการ์ตูนที่ดองไว้ไม่ยอมไปคืนซะที เอาไปคืนเสียเงินไป 44 บาท โอ้แม่เจ้า เปลืองจิงๆเรย ไปซื้อข้าวกินที่คาเฟต อาหารก็เดิมๆ คนขายก็เดิมๆ เหอะๆ ช่วยม่ะได้นิหน่า ก็ไม่รู้จาไปกินที่ไหนดี ทำไมไม่มีร้านอาหารญี่ปุ่นใน ม. ว่ะ อยากกินซูชิ กลับห้องมาก็เล่นเกมส์ฆ่าเวลา เกมส์ฆ่าเวลาจิงๆ ฆ่าไปเกือบสี่ชั่วโมง ไม่รู้เล่นไปได้ไงเกมส์เดียว เล่นจนมึนไปเลย พอตกเย็นๆหน่อย ก็ไปรับกิ๊กที่ประตูสาม กลับมาห้องก็ไม่ได้ทำอะไรตามเคย อ่านการ์ตูน นอนกลิ้งๆๆๆๆ
พูดจิงๆว่า ช่วงนี้สติสตางค์หายไปไหนหมดก็ไม่รู้(สตางค์หายไปเยอะเรย) งานการมีตั้งเยอะก็ไม่ทำ นั่งเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ทำไรหมดไปวันๆ มันมีความรู้สึกว่างานเยอะนะ ไม่รีบทำก่อนเดี๋ยวจะทำไม่ทัน แต่มันก็ได้แต่คิดไปอย่างเดว ไม่ได้จับไรมาทำซะที เซงจิงๆ จิงๆแล้ว ก็ไม่เห็นจะอยากทำงานทำการบ้านอะไรเลย สั่งเยอะเกินไปแล้ววว เด็กตัวน้อยๆอย่างเราจะไปทำไหวได้ยังไงกาน เหอะๆๆ แต่ล่ะงานสอนมานิดเดียวแต่ให้ทำไรก็ไม่รู้ ไปเรียนรู้เองตลอด(บ่นๆๆ ตามประสาคนแก่ขี้เกียจทำงาน เหอะๆๆ)
เมื่อกี้โทรไปหาพ่อมา บอกพ่อให้ลดเบียร์ลงหน่อย เหอะๆๆ จะได้เหลือเงินมาซื้อหนมให้ลูกมั่ง เอิ้กๆๆ ไม่ได้พูดไปหรอก พ่อก็ว่าจะลดๆลง เอิ้กๆๆ แต่เลิกคงยากแฮะ พ่อกำลังขายเห็ดที่เมืองทอง ขายหมดเกลี้ยงเรย ไม่มีอะไรขายกำลังคิดจะจับลูกตัวเองไปขายแทน (จ้ากก แหม จะขายลูกสุดสวยได้ลงคอได้งาย เอิ้กๆๆ) บอกพ่อว่าเกรดเราเป็นไง พ่อก็ว่าขอให้รักษาเกรดเอาไว้ให้ดีๆ รักษาสิ่งที่ดีไว้ แต่สงสัยจะรักษาไม่ค่อยไหวแล้วมั้ง เหอะๆๆ งานการยังรู้สึกไม่อยากจะทำเลย พูดไปน้ำตาจะซึม วางดีก่า เล่าเรื่องความหลังดีก่า เมื่อก่อนเราก็เป็นเด็กเกเรียน เหอะๆๆ ไม่ใช่เกเรแต่ก้ไม่ค่อยจะเรียนซักเท่าไหร่ เกรดม.ต้นหล่นฮวบฮาบ จาก 3.2 เหลือ 2.5 แอบอึ้งในความสามารถตัวเองเหมือนกานนะเนี่ย ลดมาได้ตั้งเยอะ หลังจากนั้นก็พยายามประคองจนสุดท้ายได้เกือบๆสาม แบบว่าเกรดเข้าสายวิทย์ได้พอดิบพอดี หลังจากนั้น ก็เรื่อยๆ เปื่อยๆ หรือเหมือนเรียนถูกสาย เกรดก็เรยดีขึ้นๆ (เจอeng น้อยลง)
แต่เราก็กลับใจได้เพราะการตูนเรื่อง บ้านพักอลเวง หรือ Love Hina งงล่ะสิ เกี่ยวได้ไง ก็เพราะว่าพระเอกกำลังเตรียมเอ็นท์สะท้านเหมือนเราตอนอ่าน เหอะๆๆ จำไม่ได้ละว่าจะเอ็นท์รึยัง พระเอกแรกๆก็ไม่มีเค้าเรยว่าจะสอบติดมหาลัย แต่สุดท้าย ก็ขยันมีแรงใจสู้จนสอบติด เหอะๆๆ อ่านแล้วก็รู้สึกอยากไปอ่านหนังสือมั่ง อยากทำได้แบบพระเอกในเรื่อง แถมเพราะเรื่องนี้ ทำให้เราอยากอ่านเนกิมะต่อเรย เหอะๆๆ ชอบๆๆๆ แต่ช่วงนี้ ไม่เห็นจะมีแรงใจออกจากส่วนใดๆในร่างกายเรยอ่ะ เหอะๆๆ ออกมาจากปลายขี้เล็บหน่อยก็ยังดี ไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง ถึงแม้ว่าแค่เกรดตกจะไม่ได้ทำให้พ่อรู้สึกแย่ลง แต่เราจะรู้สึกได้เองว่า แย่แน่ๆ เหอะๆๆ อีกอย่าง มันคงรู้สึกแย่ตั้งแต่ สอบ IBMSD ไม่ผ่าน รู้สึกเหมือนคนล้มละลายยังไงๆไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามักจะทำได้ตามที่คาดไว้เสมอ พอเจออะไรที่เหมือนจะทำไม่ได้ หรือทำไม่ได้ ก็เลยรู้สึกแย่อย่างนั้น fail จิงๆ
สุดท้ายล่ะ ขี้เกียจพิมเยอะเดวไม่จบซะที อารมคนอยากระบายก็งี้แหละ รุ้สึกได้เลยหลังจากที่วางหูกับพ่อแล้วว่า อยากประสบความสำเร็จ อยากทำให้พ่อภูมิใจ อยากให้พ่อกับแม่สบาย ส่งน้องๆเรียน อีกซักกี่ปีนะ ถึงจะทำแบบนั้นได้ (ไม่รู้แค่ตัวเองจะมีปัญญาเลี้ยงรึเปล่า) 11/25/2007 รักแห่งสยาม.....วายกระจายหิหิ ได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อวันศุกร์ ก็ไม่ได้ plan ว่าจะไปดูอะไรเร้ย
แต่พอดีไปกิน Hotpot ที่เมเจอร์ปิ่นเกล้ากับสุดloveเสร็จ
เดินมาเห็นป้ายหนังก็เห็นว่าหนังมันกำลังจะเข้าพอดี ก็เรย ดูก้ได้ หนังคงไม่นาน น่าจะกลับทัน ที่ไหนได้ เหอะๆๆ หนังสามชั่วโมง แถมวายกระจายเต็มหน้าจอ สมาชิกชมรมอนุรักษ์(ไม้ป่า)อย่างเราก็....อึ้งไปเรย ใครจะไปคิดว่าหนังที่มีโปสเตอร์ออกมาแบบนี้จะเป็นหนังวายค๊ะ ก็รูปที่เคยเห็นมาทุกรูปนี่ ชายคู่กะหญิงตลอด ใครมันจะไปคิดว่าในเรื่องมันจะจับคู่กานเอง เหอะๆๆ ![]() ![]() แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไร ออกจะชอบใจ เพราะพระเอกกะนายเอกออกจะน่ารักอะไรกานขนาดนี้ [เหอะๆๆ ตั้งแต่ดูมาไม่เคยปลาบปลื้มพระเอกกะนายเอกหนังวายมากขนาดนี้] แต่หนังเรื่องนี้มันออกจะเป็นหนังชีวิต ดูไปน้ำตาก็ซึมๆ สงสารพ่อแม่พระเอก
กะสงสารนายเอกตอนสุดท้าย ฮือๆๆ อยากรู้ไปดูเอง 6/29/2007 ...หรือชั้นคือคนที่เอาแต่ใจ....ทั้งที่กำลังน้อยใจ เพียงแค่ได้เห็นหน้า
ก็กลับโกรธเธอไม่ลง ไม่ว่าเธอต้องการอะไร สิ่งไหน ชั้นจะจัดให้
แค่หวังอยู่ในใจเล็กๆ ให้เธอ เอาใจใส่กันบ้าง
เพราะเธอคือคนที่ใจของชั้นคาดหวัง...ไว้มากที่สุด
ไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอ ... เสียใจไป
เพราะใจชั้นมันงี่เง่า อ่อนแอ และน้อยใจ
และเพราะเธอไม่ได้เป็นเหมือนกับใครๆ ... สำหรับชั้น
เป็นคนที่ไม่อยากปล่อยมือให้วิ่งขึ้นรถสาย 89 ไป
ทำให้ชั้นเปลี่ยนใจ วิ่งลงจากรถเมล์สาย 4 หลังจากที่นั่งไปป้ายเดียว
เพื่อต่อรถสามล้อ ... ไปยืนหน้าบ้านเธอ
เพียงเพื่อบอกให้เธอรู้ว่า ชั้นไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน
ที่ไม่พูดจา ทำตัวเงียบไป
เพราะชั้นมันบ่อน้ำตาตื้น กำลังกลืนน้ำตาลงท้อง
พยายามไม่ให้เธอได้เห็นมัน...
ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง ไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องทำอะไรเพื่อชั้น...
แต่ชั้น จะเปลี่ยนตัวเอง ปรับตัว และทำทุกๆอย่าง เพื่อเธอ
และจะ ... ไม่ทำให้เธอ ต้องเสียใจ เพียงเพราะ ความเอาแต่ใจของชั้น
ขอแค่เพียง สนใจในตัวชั้นบ้าง...ก็พอ
เพราะชั้น สนใจในตัวเธอมาตลอด...
6/7/2007 ทำไมเทอมนี้มัน......><หลังจากที่ได้ลิ้มรสชาติตารางเรียนกันไปแล้ว หนึ่งสัปดาห์ที่เรียนมา
ก็คิดว่า ตรูคงตายแน่ๆเยย!!!!!
ไหนจะ Signal and system ที่ไม่รูว่าคืออะไร
Program paradigm ดูเหมือนจะเคยเรียนผ่านๆมาบ้าง แต่ก็เหมือนไม่รูอะไรเรย
เปตอง ตรูคงไม่พ้นซ้อมวิ่งอีกตามเคย
Com Architecture ของเก่าก็จำไม่ได้แล้ว (Digital)
Database อาจารย์พูดไวอย่างกับปรอท (แต่ฮาดี ชอบๆ)
สังคม ก็ยังไม่ได้เรียน แต่ตรูไม่ชอบอ่ะ
Professional Practice เรียนไรหว่า ???
Intro to IC design .......................
แล้วเทอมนี้ หนูจะเอาตัวรอดมั้ยนี้
หลังจากพุ้งซ่านเรื่องเรียน เราก็มาหาไรทำเพื่อความสบายใจนิดหน่อยดีกว่า
ก็เรย เอาลวดที่เหลือที่ใช้มัดตะกร้าจักก้าไม่ให้มันหมุนหัวได้ 180 องศา
มาดัดเล่นๆ ตอนแรกว่าจะดัดให้เป็นที่ใส่หลอดทดลองเล่นๆ
ดัดไปดัดมา ลวดเหลือยาวอยู่ ก็เรย ..... ออกมาเป็นงั้นไป อิอิ
เหอะๆ แต่เราเป็นคนขี้เบื่อจิงๆ ทำสมุดไปแล้ว ก็ไม่อยากทำซ้ำแล้ว พอดัดลวดเส็ด ก็รู้สึกไม่อยากจะดัดอันต่อไปออกมาแว้ว
สงสัยต้องหาไรทำใหม่ๆเรื่อยๆ แหง่ะ คิดไม่ออกนี่ฟุ้งซ่านเรื่องเรียนแย่เรย เอิ้กๆๆ
เดวพรุ่งนี้เอาให้ที่รักดีกว่า อิอิ......
รูปถ่ายมาไม่ชัดเรย หามุมถ่ายไม่เป็น อิอิ
5/29/2007 มาลองดูตารางสอนเรากาน ของภาคคอม ปีสามเอิ้กๆๆ ก็อาตารางสอนมาอัพให้ เป็นไฟล์Excelนะ เอาไปชิมลางๆ ดูกันก่อนล่ะกาน เอิ้กๆๆๆๆ
เทอมนี้ตรูเรียนอะไรล่ะเนี่ยยยย!!!!
ไม่อยากจะเรียนเร้ย สังคม เซง
เหอะๆๆๆ
5/14/2007 ทั่นคิระทำหนูเหนื่อยเรยกำลังคิกครับทั่น อ่านเดธโน้ตแล้วช้อบชอบ L เหลือเกิ้น ไม่น่าโดนคิระฆ่าตายเรย
ฮือๆๆ L ตายในอ้อมอก คิระ โอ้ว Y เหลือเกิ้น (อีช้านรับม่ะได่)
แต่เพื่อนร่วมอุดมการณ์การ์ตูน ดันชอบ คิระ ซะนี่
แถมวันเกิดมานก็ไม่ได้ให้อะไร นอกเสียจาก โทรไป Happy Birthday อย่างเป็นปกติทุกปี
ประจวบเหมาะกับปิดเทอมนี้ แสนจะว้างว่างเพราะดันหางานทำม่ะได่
เลยเป็นจุดกำเนิดของสมุด KIRA เล่มนี้ ฮฺฮฺ (จะทำเป็นของขวัญให้เพื่อนงับ)
ก่อนอื่น ก็ต้องหาลายสวยๆ จากหนังสือการตูนซะก่อน จึงได้ไปโหลด Scanlation
มาอ่าน ที่ละหน้าๆ เพื่อหาใบหน้างามๆของทั่น Kira
อ้อ scanlation ก็คือ การตูนที่เอามาสแกนที่ละหน้า ไว้อ่านบนคอม ตรูโหลดมาถึงจะเล่ม 8 ล่ะ
ดันมาเจอท่าโพสต์สวยๆเอาเล่ม 4 ได้มั้ง ไม่น่าเสียเวลาโหลดมาเผื่อเรย เหอะๆๆ
เส็ดแล้ว ก็ไปหาวัตถุดิบ คือ สติ้กเกอร์ดำ พอดี้ พอดี แผ่นที่เหลือๆอยู่ ขนาดใช้ได้เป๊ะ เรย สุดยอด ประหยัดตังดี
แล้ว สมุด งามๆ เล่มนึง ความจิงปกเค้าสวยอยู่แล้ว เราไม่น่าไปทำเละเลย แต่ช่างเหอะ เล่าต่อๆ
ขั้นตอน ก็ ลอกลาย เอาไปย่อๆๆๆๆ จนได้ขนาด แล้วก็ตัดสติ้กเกอร์ตามแบบซะ
โหยยย เกิดมา ไม่เค้ย ไม่เคย ตัดสติ้กเกอร์ลายเล็กขนาดเน้ ตัดกันตาเหล่ไปข้างเรย
ใช้เวลาไปเกือบสองวัน (แค่ตัดสติกเกอร์นะ)
แล้ว ก็มาแปะห่อสมุดที่หน้าปกของเดิมมันสวยอยู่แล้ว
อ้อ ลืมไป ต้องมีกระดาษสีแดงลายแบบเมทัลลิคหน่อยๆ ไว้เป็นพื้นหลัง (สีแดงแล้วดูแรดดี เอิ้กๆๆ)
ตอนแปะนี่กะยากมาก เล็งแล้วเล็งอีก ก็เบี้ยวอยู่ดี สรุปว่าตาทั่นคิระอยู่เบี้ยวไป ข้างนึง
แถมนิ้วโตเกินไปนิ้วนึง (อย่าว่ากันนะ อิ)
แถมสติกเกอร์ที่ผ่านเหงื่อบนมือมากอย่างโชกโชน ก็ทำท่าจะแปะไม่อยู่ซะด้วย
กาวสองหน้าก็เอาม่ะอยู่
จึงเรยต้องเอาปกหนังสือเก่าๆ ตอนเรียนที่มันเกินมา เอามาห่อซะเรย
ปกปิดความอุบาทว์ไว้ เอิ้กๆๆ
เท่านี้ หลังจากทำมาสามวันเต็มๆ สมุดทั่นคิระ ก็ถือกำเนิดขึ้นมา เอิ้กๆๆ
ปล. เจ๊เอ๋อ ไม่รูเมื่อไหร่จะว่างเอาไปให้ นี่ก็เลยวันเกิดมาเดือนนึงแล้ว
เอิ้กๆๆ รอต่อไปล่ะกันนะ
5/9/2007 เรื่องมึนๆ กับ GRUBช่วงนี้กำลังอยากลองของใหม่ solaris OS แต่ว่าในคอมเรามันก็มี Linux อยู่รกหูรกตาHarddisk อย่างแรง
เมื่อวาน ก็ได้จม.(อีกแล้ว)จาก SUN ครั้งที่สองนี้ ส่งไปขอเล่นๆ เพราะเห็นว่ามีคนขอไปกันเยอะ เลยได้แผ่นมาสามแผ่น
- Solaris OS สำหรับ x64/x86
- Solaris OS สำหรับ Sparc
- Developer tools
สำหรับ x84 กับ sparc ต่างกันยังไง ตรง architecture โดยคอมที่เราใช้กันส่วนใหญ่เป็น x84 จะมีน้อยเครื่องที่ใช้ Sparc
SPARC (Scalable Processor ARChitecture) is a RISC microprocessor instruction set architecture originally designed in 1985 by Sun Microsystems.
x86-64 is a 64-bit microprocessor architecture and corresponding instruction set; it is a superset of the Intel x86 architecture, which it natively supports. It was designed by Advanced Micro Devices (AMD), who have since renamed it AM
ที่นี้ คนที่ใช้สอง OS ในเครื่องเดียวอย่างเรา มันจะมีตัวที่ไว้เลือก OS ที่ต้องการจะ Boot อย่างคอมเราใช้ GRUB เวลาลบ Linux เนี่ย มันจะลบเจ้า GRUB ออกไปด้วย ทำให้ตอนเปิดเครื่องอีกทีจะ Boot เข้า Windows ไม่ได้ นั่นก็คือ ต้องไปแก้ไข fdisk/mbr เพื่อให้คอมไป Boot Windows ตามวิธีในอินเตอร์เน็ต (ทำไม่เป็นอ่ะ)
เราก็เรย ลองทำตามดู โดยเค้าให้ Boot คอมด้วยแผ่นติดตั้ง Windows จากนั้นให้กด R เพื่อเข้าไปแก้ไข Recovery control เวลาทำจริงๆ แล้วมันให้กด R ตอนไหนว่ะ ไม่เห็นจะมีบอกให้รู้เรย ก็กด R ใหญ่เรย ทำไปทำมา สามสี่รอบ เลยเสี่ยงดวง กด install windows ใหม่ทับ ไดรว์ C ที่เคยมี windows เดิมอยู่
จ้ากกกกกก!! มันกำลังจะลง Windows ทับไปแว้ววว ตอนนั้นก็เรยกดปิดเครื่องไปเรย ถึงตอนนี้คิดว่า ไม่เจ๊งก็คง Boot ไม่เจอwindows ไปแล้ว แต่พอเปิดมาอีกที อ่าว GRUB หายไปล่ะ แถม ยังคงเล่นWindows ได้เหมือนปกติอีก
โคตรโชคดีเรย เอิ้กๆๆ
แต่กลัวว่าตอนที่จะลองลง Solaris แล้วจะมีปัญหา ตรง multi boot รึป่าว น่าสงสัยๆ
แต่ยังไง ก็โชคดีล่ะว้า นึกว่าจะไม่ได้อัพสเปซซะแล้ว เอิ้กๆๆๆ
ปล. สเปซเรานี่มีแต่เรื่องคอมแฮะ ไว้ว่างๆจะมาอัพเรื่องบ้าๆบอๆของตัวเองล่ะกัน อิอิ
5/2/2007 Temple of the Sunวันนี้ได้พัสดุจากเมกามาซองนึง
ตกจาย นึกว่าที่รักส่งมา อิอิ
ที่ไหนได้ Sun ดันส่งโปรแกรมมาให้ลองใช้เฉยเรย
มันสืบเนื่องมาจาก Sun เปิดให้เล่นเกมส์ทดสอบ ทักษะ C,C++ ชื่อว่า Temple of the Sun
เราก็เรยเล่นๆดู คำถามง่ายมากกก แต่ในเกมส์มันต้องควบคุมเดินไปเดินมา เหมือน indiana jones ประมาณนั้น
พอเล่นไปถึงคำถามสุดท้าย เป็นโค้ดบ้าไรก็ไม่รู้ ยาวเหยียด
ในนั้นบอกให้ไปลงโปรแกรม Sun Studio ซะ เอาไปcompileแล้วเอาคำตอบมาใส่ แต่มันไว้ลงกับ Solaris OS หนิ แล้วหนูจะลงได้ไงอ่า ก็ใช้เป็นแต่windows
เรยไม่เล่นต่อแล้วก็ลืมมันไปเรย
วันนี้ได้แผ่นมาก็งงๆ ลองเปิดดูในคอม
ก็เห็นมีโปรแกรมดังนี้
- Solaris Express Operating System
- Sun Studio 11 compilers & tools for C/C++, Fortran developers - NetBeans IDE 5.5 IDE for Java software developers - NetBeans IDE Enterprise Pack 5.5 to develop Java Platform Enterprise Edition 5-based apps - Java Platform, Standard Edition 6 - StarOffice 8 desktop productivity suite - More than 150 of the most used open source applications หิหิ แต่ละอันคือไรว้า ใช้ไม่เปนเจ้าข้าโว้ย
เดวจะไปลองผิดลองถูกดู ถ้าเจ๊งก็คงไม่ได้มาอัพสเปซอีกนานเยย ฮือๆๆ (อาจจะWindowsหาย)
4/25/2007 อัพรูปเพิ่ม(ก็รูปเดิมๆนั่นแหละ หิหิ)หิหิ กำลังพยายามวาดรูปที่รัก
แต่เราดันวาดตาไม่ได้ซะที
เรยจับให้ยิ้มซะ ฮ่าๆๆๆ
4/24/2007 วันว่างๆ กับสมุด1เล่มวันนี้ว่างจัด เรยไม่รู้จะทำไรดี
นอนก็แล้ว นั่งก็แล้ว กลิ้งไปกลิ้งมาก็แล้ว ......
เหลือบไปเห็นสมุด เรยเอามาวาดๆ เขียนๆ เล่น
สุดท้าย ดันออกมาเป็นรูปตัวเองเฉยเรย ฮ่าๆๆ
แล้วก็รูปอื่นๆ อีกเล็กน้อยๆ
สุดท้าย ก่อนจะหมดวัน ก็วาดรูปสุดที่รัก แต่เจ้าตัวดันออฟไลน์ไปก่อน เรยอดดู ยังไงก็มาอัพบล็อคละกาน อิอิ ไม่มีไรทำจิงๆ ตอนนี้ตรูอยากได้สแกนจริงๆ ถ่ายเอาแล้วไม่ชัดอย่างแรง ฮือๆๆ 4/17/2007 ทำไมมันเศร้าอย่างนี้ก่อนอื่นก็ขอ...อ้ากกกก! เจ็บปากมากๆ
ฮือๆๆ
เป็นแผลที่ปากมาหลายวันแล้ว แถมเป็นตั้งสองแผล
ปากชักบวมๆเว้ย
กินขนมไม่ได้มาหลายวันเลย
สงกรานตรูก็อยู่แต่ในบ้าน เซงเรย
พอจะออกไปเที่ยวมั้ง รถก็โคตรจะติด (ทะเลที่จันทบุรี)
พอดีมีคนที่ทนๆไม่ไหว วนรถกลับมาบอกว่า
"จะไปทะเลหรอ อีกสามชั่วโมงก็ไปไม่ถึงหรอก"
ตรูเลยวนรถกลับบ้าน ทั้งที่ทะเลอยู่ห่างไปอีกแค่ 10 กว่ากิโลเมตร
อิจฉาคนอื่นมาเล่นให้ฟังว่าสาดน้ำอย่างงู้นสาดน้ำอย่างงี้
ตรูอิจฉาเฟร้ยยย ฮือๆๆ ร้อนจะตายอยู่แล้ว
อารมณ์ม่ะดีเว้ยเฮ้ย
เซ็งกับสงกรานสุดๆไปเรย
คิดถึงที่รักที่สุดเรย
เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีกน้า
แต่ละวัน ชั้นทำได้แต่เพียงฝันถึงเธอเท่านั้นเองหรือ 4/11/2007 ข้อควรคิดสำหรับคนสอบ certพอดีวันนี้search ไปเรื่อย แล้วไปเจอบทความเกี่ยวกับ certificate เข้า ไว้วันหลังจะมาบอกเล่าว่ามี cert ของที่ไหน เป็นยังไง
แต่วันนี้มีข้อคิดดีๆ ของคนที่สอบ cert ลองอ่านกันดูนะ
ขอบคุณ ข้อมูลดีๆจากคุณfordot จากเว็บเพจ http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=9186.from1130498872;topicseen
ผมมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการสอบ cert ที่มีหลายๆคนมองต่างกันว่า
- cert เป็นแค่ใบกระดาษ ท่อง testking(TK) ไปสอบก็ผ่านแล้ว - cert เป็นเครื่องช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะท่อง TK ไปสอบมาก็ตาม - cert เป็นเครื่องวัดคนที่มีความสามารถจริงๆ - อื่นๆ จากที่ยกมา (ซึ่งมีหลายๆคนคิดอย่างนี้จริงๆ) ก็เลยกลายมาเป็นว่าการสอบ cert และ TK จะกลายเป็นเรื่องที่จับคู่กันแล้วดูไม่ดี เพราะเหมือนกับการแอบอ่านข้อสอบก่อนทำ เพราะฉะนั้นการได้ cert มาก็ไม่ใช่เครื่องชี้วัดความสามารถได้จริง ผมอยากจะยกตัวอย่างในความคิดผมเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น หากท่านใดมีข้อคิดในมุมอื่นๆก็ลองช่วยกันคิดดูนะครับ มีนักเรียนสาย IT (หรือ Comp engก็แล้วแต่) 5 คน จบจากที่เดียวกันด้วยเกรดพอๆกัน แล้วก็ได้มาทำงานที่บริษัทเดียวกัน ในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ทั้งหมดได้ทำงานที่บริษัทนี้มาแล้วสามปีในตำแหน่ง network admin ของแผนก IT ทั้งหมดคุยกันว่าที่ทำงานให้เงินเดือนค่อนข้างน้อยจึงอยากจะเปลี่ยนงานใหม่ โดยทั้งหมดอยากทำสาย network เหมือนๆกัน (สงสัยเป็นฝาแฝดกันเพราะมักคิดเหมือนๆกัน) โดยทั้งหมดอยากไปทำงานที่บริษัท x ซึ่งเป็น SI (System Integrator) ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง โดยบริษัทนี้เป็น cisco partner ในประกาศรับสมัครงานนั้นระบุว่าต้องการรับสมัคร Network Engineer ที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ cisco product ทั้งหมดจึงตัดสินใจเริ่มศึกษา cisco product โดยเห็นพร้องต้องกันว่าน่าจะเริ่มจากระดับ ccna แต่ เนื่องจากแต่ละคนมีวิธีการศึกษาที่แตกต่างกัน ซึ่งแยกออกมาได้ดังนี้
หมายเหตุ ทุกคนมีข้อจำกัดในการศึกษาเหมือนกันหมดคือ ต้องอ่านเอาเอง ไม่มีเครื่องจริงให้เล่น 1. นาย A มองว่า บริษัท X เป็น cisco partner เขาต้องอยากได้คนที่มี cert เป็นแน่นอน เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเราคือการได้ cert ดังนั้น นาย A ก็เลยไปหา TK-CCNA เวอร์ชั่นล่าสุดมาท่อง แล้วสอบได้ โดยได้คะแนนมากถึง 900/1000 นาย A ก็รีบส่งใบสมัครไปที่บริษัท X 2. นาย B มองว่า บริษัท X เป็น cisco partner เขาต้องอยากได้คนทำงานกับ cisco product เป็นแน่นอน เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเราคือการอ่านหนังสือ ccna ให้จบ เพื่อให้รู้ทุกเรื่องในหนังสือ หลังจากอ่านจบ นาย B มั่นใจว่าเข้าใจในทุกเรื่องที่อ่านมา แต่ดันไปเห็นว่า นาย A ท่อง TK ไปสอบ cert ได้มา ก็เลยปรามาสว่าได้ cert เพราะท่อง TK นาย B ก็เลยตัดสินใจไม่สอบ cert เพราะคิดว่ามีวิธีการได้ cert มาที่แสนจะง่ายดาย เพราะฉะนั้น cert ไม่ใช่สิ่งสำคัญ การอ่านหนังสือให้ครบถ้วนต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ จากนั้นนาย B ก็ส่งใบสมัครไปที่บริษัท X 3. นาย C ทำเหมือนนาย B ทุกอย่าง ที่ต่างกันตอนจบตรงที่ว่า ในเมื่ออ่านหนังสือจบมาแล้ว ไปสอบ cert ดีกว่า โดยจะไม่อ่าน TK ไปสอบ เพราะมั่นใจว่าอ่านหนังสือเข้าใจแล้ว และไม่อยากโดนคนอื่นปรามาสเอาว่าแอบอ่านข้อสอบก่อนไปสอบ โดยเขาย้อนกลับไปทำแบบฝึกหัดท้ายบททุกบทเพื่อเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น ปรากฏว่านาย C สอบผ่าน ได้คะแนน 880 มาอย่างฉิวเฉียด นาย C ภูมิใจกับ cert ที่ได้มามาก เพราะทุกอย่างได้มาด้วยตัวเองทั้งหมด จากนั้นนาย C ก็ส่งใบสมัครไปที่บริษัท X 4. นาย D ทำเหมือนนาย C ทุกอย่าง (รวมถึงการทำแบบฝึกหัดท้ายบท)ที่ต่างกันตอนจบตรงที่ว่า นาย D ไปเอาข้อสอบ TK-CCNA เวอร์ชั่นล่าสุดมาท่องเพื่อให้มั่นใจว่าจะสอบได้ผ่านแน่ๆ ปรากฏว่านาย D สอบผ่าน ได้คะแนน 950/1000 นาย Dภูมิใจกับ cert ที่ได้มาด้วยคะแนนที่สูง ถึงแม้นาย C จะตำหนิว่าแอบท่องข้อสอบเข้าไป แต่นาย D บอกว่า ถึงจะท่อง Tk แต่เขาก็อ่านหนังสือจบเหมือนๆกับนาย B และนาย C ช่วงระยะเวลาในห้องสอบแค่ 3 ชั่วโมงไม่ได้ทำให้ทั้งสามคนมีความรู้เพิ่มขึ้นจนแตกต่างกันหรอก เพราะฉะนั้น ความรู้ที่มีอยู่ในหัวก็พอๆกัน แต่การได้ cert มาด้วยคะแนนสูงๆ จะทำให้บริษัท x สนใจในตัวเขามากกว่าคนอื่นๆ จากนั้นนาย D ก็ส่งใบสมัครไปที่บริษัท X 5. นาย E ทำเหมือนนาย C ทุกอย่าง ที่ต่างกันตอนจบตรงที่ว่า ในเมื่ออ่านหนังสือจบมาแล้ว ไปสอบ cert ดีกว่า แต่ต่างจากนาย C และนาย D ตรงที่ว่า นาย E ไปหา TK-CCNA เวอร์ชั่นล่าสุดมาแล้วพบว่า ใน TK มีข้อสอบทั้งหมดกว่า 600 ข้อ ในขณะที่ข้อสอบจริงมีแค่ 50 ข้อเอง นาย E ไม่ได้ใช้วิธีท่อง TK แต่กลับค่อนๆศึกษาTk ทีละข้อและตอบคำถามด้วยตัวเอง ปรากฏว่ารอบแรก นาย E ตอบถูกแค่ 65% จาก 600 ข้อ นาย E จึงย้อนกลับไปดูข้อที่ตอบผิด แล้วก็ย้อนกลับไปศึกษาในหนังสือเฉพาะหัวข้อนั้นๆอีกรอบหนึ่ง หลังจากนั้นนาย E ลองทำข้อสอบที่เคยผิด ปรากฏว่ารอบนี้สามารถตอบข้อที่เคยผิดได้ ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ปรากฏว่ายังมีอีกประมาณ 10% (จาก 600ข้อ) ที่ยังตอบผิด (ถึงแม้นาาย E จะจำข้อสอบได้เพราะเคยอ่านผ่านมาแล้ว แต่นาย E ก็ยังมั่นใจใน คำตอบตัวเอง จึงตอบตามความคิดตัวเอง แล้วก็ผิด) นาย E พบว่าหนังสือที่อ่านนั้นมีเนื้อหาไม่ครอบคลุมในรายละเอียดบางส่วน นาย E จึงต้องเข้า web cisco เพื่อหาหลักฐานมายืนยันว่าตัวเองผิดจริงหรือไม่ นาย E ทำอยู่อย่างนี้จนครบทุกข้อที่ตัวเองยังทำผิดอยู่ จากนั้นนาย E ก็ไปสอบ cert นาย E พบว่าข้อสอบ cert ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจาก testking ที่อ่านมาเลย นาย E ได้คะแนน 990/1000 จากนั้นนาย E ก็ส่งใบสมัครไปที่บริษัท X
จากนี้อยากให้ทุกท่านลองวิเคราะห์ด้วยคำถามเหล่านี้ดูนะครับ 1. บริษัท X จะเรียกทั้ง 5 คนมาสัมภาษณ์หรือไม่? -คำตอบที่น่าคิดคือ อาจจะไม่ มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัท X จะเลือกเฉพาะคนที่มี cert เข้ามาสัมภาษณ์ก่อน เพราะในมุมมองของบริษัท X เขาไม่ได้รู้จักทั้ง 5 คน เขาแค่ได้เห็น resume ที่ส่งมาให้เท่านั้นแล้วเห็นว่า ทั้ง 5 คนทำงานที่เดียวกันประสบการณ์เหมือนๆกัน ใน resume ก็บอกว่ามีความสามารถทำงานกับ cisco product ได้เหมือนๆกัน ต่างกันนิดเดียวตรงที่ว่า บางคนมี cert แต่บางคนไม่มี cert แต่บริษัท X ก็พอรู้อยู่แล้วว่า การได้ cert มาแบบง่ายๆนั้นเขาทำกันอย่างไร เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียกเข้ามาคุยดูก่อนสำหรับคนมี cert แต่สำหรับมุมมองคนสัมภาษณ์ (มักเป็นระดับผู้จัดการขึ้นไป) จะรู้สึกว่า ขี้เกียจสัมภาษณ์หลายคน เขาจะบอกให้ฝ่ายบุคคลหรือ พวก head hunter ให้ screen เอาเฉพาะคนที่มี potential เข้ามาสัมภาษณ์เท่านั้น ไม่ต้องส่งมามากนัก เพราะไม่มีเวลาสัมภาษณ์มากนัก (นี่คือเบี้องหลังของคนสัมภาษณ์งาน) -จากที่กล่าวมา น่าจะพอสรุปได้ว่า ใบ cert ใน resume ทำให้มีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ได้มากกว่าคนไม่มี cert คุณว่าจริงหรือไม่ 2. สมมุติว่ามี 4 คนที่ถูกเรียกมาสัมภาษณ์ในรอบแรก คุณคิดว่าใครน่าจะตกสัมภาษณ์รอบแรกก่อนเพื่อน? -มีความเป็นได้สูงมากที่นาาย A จะตกก่อนเพื่อน เพราะคนที่สัมภาษณ์เรา มักจะเป็นระดับ senior engineer หรือ manager ซึ่งเขามีความรู้เรื่องงานเขาเป็นอย่างดี เขาก็น่าจะถามเราลึกพอสมควรในรายละเอียดของเนื้องาน และสำหรับคนที่ Tk สอบจนผ่าน ผมการันตีได้เลยว่าความทรงจำของมนุษย์ในรูปแบบการท่องแบบนี้ อยู่ได้ไม่เกินสองอาทิตย์ ก็ลืมแล้ว หรือถ้าเขาถามไม่ตรงกับข้อสอบ ก็ตอบไม่ได้อยู่ดี -จากที่กล่าวมา น่าจะพอสรุปได้ว่า การได้ใบ cert จากการท่อง TK มาไม่น่าจะช่วยให้ได้งานได้มากนักถึงแม้จะถูกเรียกสัมภาษณ์ก็ตาม เพราะคนถามเขารู้เองแหละว่าเรามีความรู้แค่ไหน 3. ตอนนี้เหลือ 3 คน C,D,E - เทียบนาย C นาย D สองคนนี้ อ่านหนังสือเล่มเดียวกันทำแบบฝึกหัดท้ายบท เป็นไปได้ว่าทั้งคู่มีความรู้ในเนื้อหาในระดับที่ใกล้เคียงกันมาก ต่างกันแค่คะแนนสอบ ccnaนาย C/D คือ 880/950 มีความเป็นไปได้สูงว่า หลังจากสัมภาษณ์แล้ว บริษัท X จะมองว่านาย C และนาย D มีความรู้ไม่แตกต่างกัน ต่างกันแค่คะแนนสอบเท่านั้นเอง ถ้าคุณเป็นคนสัมภาษณ์แล้วต้องเลือกเพียงหนึ่งคุณจะเลือกใคร สำหรับผม ถ้าทั้งคู่ดูแล้วไม่แตกต่าง แต่ต้องเลือกหนึ่งคน ผมก็จะเลือกนาย D เพราะได้คะแนนสูงกว่า คะแนนไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าคนสัมภาษณ์หลังจากคุยกันแล้วเขากลับให้สองคนคะแนนเท่าๆกัน ทีนี้ตัวเลขจะเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจของคนสัมภาษณ์โดยปริยาย เพราะทำให้เขาตอบตัวเองได้ว่าทำไมเขาถึงเลือกคนนี้ - จากที่กล่าวมา ในกรณีที่คนที่มีความรู้เท่าๆกัน คนที่ได้คะแนนสูงกว่าย่อมดูมีโอกาสมากกว่าเสมอ คนถามเขาไม่ถามหรอกว่า คูณอ่าน TK ไปสอบหรือเปล่า เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าถามไปใครจะตอบ
4.ตอนน้เหลือ 2 คน นาย D นาย E -สองคนนี้ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นเหมือนกันว่า นาย E น่าจะรู้เรื่องมากกว่านาย D อยู่พอสมควร ทั้งคู่ทำทุกอย่างเหมือนกัน ต่างกันแค่ตอนสุดท้าย นาย D ท่อง TK แต่นาย E กลับศึกษา TK คุณเชื่อไหมว่าหนังสือ ccna ไม่ว่าจะเป็นของ cisco press, syngress, sybex หรือค่ายไหนๆ ก็ไม่เคยมีเล่มไหนที่เขียนได้ครอบคลุมในรายละเอียดและอธิบายได้ชัดเจยทุกเรื่อง การศึกษาจากตำราเพียงเล่มเดียวแล้วคิดว่าเข้าใจทุกเรื่อง เป็นสิ่งที่อาจจะคาดเคลื่อนไปหน่อย ใน TK มีตัวอย่างข้อสอบอยู่ราวๆ 600 ข้อ มีทั้งที่เป็นของจริงและที่ Testking ใส่เพิ่มเข้าไปเอง การศึกษา TK จะทำให้มองเห็นอีกมุมด้านหนึ่งของเนื้อหาที่มีถามใน TK แต่ไม่ได้ถูกอธิบายในหนังสืออยู่หลายๆครั้ง ซึ่งเรามักจะตอบข้อนั้นผิดเสมอ ถ้าเราท่อง TK เราก็จะจำได้แค่ประโยคไม่กี่ประโยค แต่ถ้าเราศึกษาและหาคำตอบจากแหล่งอื่น เราก็จะรู้อะไรดีๆมากกว่าในหนังสือเสียอีก - จากที่กล่าวมา จะพบว่าคนที่ช้ TK เป็นจะเป็นคนที่ได้เปรียบที่สุด สรุป 1. คนท่องแต่ TK ไปสอบ คุณก็ได้แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง โดยใช้เงินกว่า หกพันบาทไปซื้อมา โดยไม่ได้มีความรู้อะไรติดตัวอย่างแท้จริง แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นคนโง่โดยสมบูรณ์แบบ เพราะยอมเอาเงินหกพันไปแรกกับกระดาษ A4 มาหนึ่งแผ่น 2. คนที่คิดแต่ว่า cert ใครๆก็ได้มาง่ายๆ เพราะฉะนั้นอย่าไปสนใจมันดีกว่า คนแบบนี้คุณก็รอเงินเดือนขึ้นแต่ละปี ปีละ 3-5% จากบริษัทเดิมไปเรื่อยๆแล้วกัน โอกาสเปลี่ยนงานใหม่ที่ท้าทายขึ้นแล้วเงินเพิ่มที 30-50% ก็น้อยหน่อย เพราะไปยึดติดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการก้าวไปข้างหน้า 3. TK มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวมันเอง ใช้เป็นก็ได้ประโยชน์ ใช้ไม่เป็นก็เสียเวลาไปกับมันเปล่าๆ คนที่ไม่ยึดติดแล้วมุ่งแต่อย่างเดียว เพื่อให้เพิ่มพูนความรุ้มากขึ้นๆ เท่านั้นจะรู้ว่าเขาควรใช้ TK อย่างไร และใช้มันได้อย่างภาคภูมิได้อย่างไร โดยไม่ไปยึดติดตามประโยคแค่ว่า อ่าน Testking ก็เหมือนกับขโมยอ่านข้อสอบมาก่อน 4. ในชีวิตการทำงานจริง เมื่อคุณก้าวขึ้นสูงถึงระดับหนึ่ง cert จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เพราะคุณจะกลายเป็นคนสั่งคนที่มี cert ทำงานแทนคุณ และเมื่อนั้นก็จะมีคนในระดับข้างล่างแอบนินทาคุณข้างหลังสองแบบ พวกแรกจะบอกว่า "ไม่รู้เรื่องแล้วยังมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่อีก รู้ไม่จริงแล้วอยู่เฉยๆไปเลยดีกว่า อยู่เฉยๆก็พอเดี๋ยวเสร็จแล้วจะบอก" "เห็นม่ะ ขายของให้กับที่นี่หมูๆ เดี๋ยวตอนเอ็งpresentระบบนะ พูดเรื่องยากๆไว้นะ เดี๋ยวพี่แกก็ไม่กล้าถาม ก็ปล่อยผ่านเองแหละ" ในขณะที่ถ้าเป็นอีกแบบจะนินทาว่า "โอ้โฮ โคตรเขี่ยวเลยว่ะ เมื่อวานโดนพี่แกว่ามา ดันทำไม่รายละเอียดเท่าที่แกสั่ง วันนี้ให้งานใหม่เพิ่มอีก ยากอิบเลย" "พรุ่งนี้จะต้องไปpresent ให้ลูกค้ารายนี้ฟัง เอ็งต้องเตรียมรายละเอียดให้พร้อมเลยนะโว้ย คราวก่อน พี่แกเล่นไล่ถามลงรายละเอียดยิบเลย ขืนตอบไม่ได้อดขายแน่เลย เขี่ยวจริงๆที่นี่" ถ้าวันนี้พวกคุณยังคุยกันเรื่องจะสอบ cert ล่ะก็ ลองคิดให้ไกลอีกสักหน่อยแล้วกันว่า อยากจะโตไปเป็นแบบไหน แล้วก็ย้อนกลับมาถามตัวเองอีกทีว่า cert สำคัญจริงเหรอ? TK มันไม่ดีจริงเหรอ? ควรใช้ TK อย่างไร? จอมยุทธที่กล่าวคำว่า กระบี่อยู่ที่ใจ ล้วนแต่เคยใช้กระบี่มาแล้วอย่างช่ำชอง จนกระบี่ไม่มีความจำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป สำหรับเขา กระบี่จึงอยู่ที่ใจ 4/10/2007 ไปเที่ยวงานหนังสือมาปีนี้ไปงานหนังสือหลายรอบ
ได้หนังสือเยอะทุกรอบเลย
เพียงใจในเพลงพิณ 1-2 ของแจ่มใส กำลังอ่านมันส์เรย
ใครจะมาขอยืมอย่าเพิ่งนะ ยังม่ะจบ
ชอบของแถมมากๆ น่ารักสุดๆไปเร้ย
ของสถาพรหนึ่งเล่ม ชื่อว่า ลิเวีย
ไม่รูแปลว่าไร แต่เรื่องย่อดูน่าอ่าน แถมโดนคนขายที่เป็นเพื่อน
แนะนำให้ซื้อ (จะอ่านด้วยอ่ะเด๊ะ) แวะไปดูร้านหนังสือภาษาอังกฤษ ก็ได้
Hamlet ของ William Shakespeare รับรองได้ว่ายังไม่อ่านตอนนี้
จากนั้นก็เป็นหนังสือคอม
ช่างเทคนิค computer and network
หนังสือฐานข้อมูล database
ล่ะก็มี dictionary เล่มโตๆสองเล่ม ที่สุดที่รักฝากให้ซื้อ
อ้อ ละก็ถุงผ้าใบนึง ลายน่ารักดี แต่โดนที่บ้านบ่นว่าแพงไปหน่อย
ในงานนี่สังเกตได้อยู่อบ่างนึง
ร้านที่ขายนิยายอย่าง สถาพร กับ แจ่มใส
คนเยอะโคตรๆๆ
มากทุกวันเรย
สงสัยว่าแต่ละคนจะเตรียมมาซื้อในงานโดยเฉพาะ
ส่วนเราตอนแรกจะไปเดินเฉยๆ
แต่ดันหลงหนังสือของแจ่มใสไปชุดนึง
เพียงใจในเพลงพิณนั้นแหละ
เพราะวันที่ไปครั้งแรกดันซื้อบื้อซื้อมาเล่มเดียว
ทำให้ต้องกลับไปซื้อมาอีก
เหนื่อยๆเรย
อ้อ เนกิมะเล่นใหม่ก็ซื้อมา
สงสัยจะรีบพิมพ์มาก หมึกดำๆเลอะๆ เส้นหนาเป็นช่วงๆ
ไม่ดีเรย อุตส่าห์ซื้อเก็บ ภาพไม่ดีเรย
เดวจะไปอ่านต่อล่ะ กำลังติดพัน อิอิ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|